เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๙ พ.ย. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมนะ ธรรมะเป็นสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว พิสูจน์มาได้ตลอดเวลาไง

เวลามันสุขมันทุกข์ในหัวใจของตนนี้สำคัญนัก

พระพุทธศาสนาไง ธรรมโอสถ ธรรมโอสถจะเกิดขึ้นมาได้ต่อเมื่อเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ถ้าเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมานะ มันเป็นสัจจะเป็นความจริง

แต่เราเป็นสัญญาความจำไง ถ้าสัญญาความจำ ฟังเขาเล่าว่า แล้วก็นึกของเราเอาเองไง มันถึงไม่มหัศจรรย์ไง

เวลามหัศจรรย์ขึ้นมานะ โลกธาตุนี้หวั่นไหวเลย เวลามันถอดมันถอนกิเลสนี่นะ โลกธาตุนี้ไหวหมด ร่างกายนี้สั่นสะเทือนไปหมดเลย

มันสั่นสะเทือนไปจากอะไร

จากธรรมจักร

ธรรมจักรในประเพณีวัฒนธรรม เราสร้างธรรมจักรไว้เคารพ ไว้บูชา ไว้เป็นสัญลักษณ์ แล้วเราเห็นแล้วมันมหัศจรรย์น่ะ

แต่เวลาผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันเป็นความจริงของเราขึ้นมานะ ดวงใจดวงใดไม่มีมรรค ดวงใจดวงนั้นไม่มีผล ถ้าดวงใจดวงใดมีมรรคขึ้นมา สัจธรรมอันนั้นน่ะ เวลาธรรมจักร กงล้อแห่งธรรมจักร เวลามันบีบบี้สีไฟกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน มันมหัศจรรย์

มันมหัศจรรย์ที่ไหนล่ะ

มันมหัศจรรย์ที่เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมานี่ไง

นี่ไง ที่เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ไง อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณีเป็นนักรบๆ ไง ถ้านักรบถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริง รบชนะกิเลสขึ้นมาในหัวใจของตนนะ สงบระงับอยู่ที่โคนไม้ อยู่ในเรือนว่าง อยู่ในที่สงบสงัดไง

แต่ถ้ารบแล้วพ่ายแพ้ พ่ายแพ้กิเลสไง ออกไปสังคม ออกไปมหัศจรรย์ ออกไปคอนเสิร์ตธรรมะ

แต่ถ้าเป็นความจริงมันไม่เข้ากัน เข้ากันไม่ได้

ถ้าเป็นสัจจะความจริง เห็นไหม เราเป็นคน ทำหน้าที่การงานแล้ว เกษียณราชการแล้วนะ เก็บออมไว้หลังเกษียณแล้ว ได้ดำรงชีวิตของตน เกษียณแล้วหาที่สงบสงัดไง คนเกษียณแล้วอยากจะไปทำไร่ อยากไปอยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์ ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ

จิตที่ดีงามแล้ว จิตที่ฝึกหัดปฏิบัติดีแล้ว อยูในวิหารธรรมอันนั้น วิหารธรรมเหนือโลก เหนือลาภ เหนือสักการะ เหนือชื่อเสียง เหนือกิตติศัพท์กิตติคุณทั้งหมด

ดูครูบาอาจารย์ของเราสิ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านมหัศจรรย์ขนาดไหน ท่านอยู่ในป่า อยู่โคนไม้ ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ นะ ท่านอยู่ในที่สงบสงัดไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการ พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม พระอัญญาโกณฑัญญะ ปัญจวัคคีย์เป็นพระอรหันต์ทั้งหมด

พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่ในป่า เวลาจะนิพพาน มาลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระไม่รู้จัก

เห็นไหม ผู้ที่ชนะ ชนะกิเลสราบคาบ วัฏฏะไร้สาระ เรื่องโลก

ถ้าให้บรรพบุรุษเราเกิดมาฟื้นมาภพชาตินี้นะ มาเห็นตึกรามบ้านช่อง งงนะ เห็นคอนโดสี่ห้าร้อยชั้น โอ้โฮ! ตกกะใจ

มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเลยเรื่องของโลก แล้วเอ็งบ้าบอคอแตกไปติดมันหรือ

แต่เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพูดถึงกำเนิด ๔ ในไข่ ในครรภ์ ในน้ำครำ ในโอปปาติกะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละภพแต่ละชาติที่เกิดมา สร้างอำนาจวาสนาบารมีมา พันธุกรรมของจิตๆ ไง ทำไมเด็กบางคนมัน โอ้โฮ! ไอคิวมันมหัศจรรย์เลยนะ เด็กบางคนเข็นแล้วเข็นอีก นี่มันทำของมันมา

นี่เหมือนกัน ถ้าเราสร้างของเรามานะ ทัศนคติ พันธุกรรมของจิต มันมีอำนาจวาสนาของมันไง มันรู้มันเห็นสิ่งใด ดูสิ เวลาคนเราไปไหนก็แล้วแต่ เรามองสภาวะแวดล้อมสิ ปัญญามันเกิดนะ ทำไมมันเป็นอย่างนั้น ทำไมมันเป็นอย่างนั้น เราถามตลอดเวลา ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร สิ่งนั้นมันคืออะไร ปัญญาเราจะเกิด เห็นไหม

บางคนบอกว่าไม่ใช่เรื่องของเรา มือใครยาว สาวได้สาวเอา กูจะเอาเท่านั้นน่ะ แต่เวลาคนที่เป็นธรรมๆ นะ เขาให้

เวลาคนเขาปลูกต้นไม้ ร่มไม้ชายป่าชายเขา เวลาเห็นเขาปลูก โอ๋ย! มันเรื่องไร้สาระ เวลามันร่มเย็นเป็นสุข ไปอาศัยนอนใต้ต้นไม้เขานะ

นี่เวลาเขาสร้างสมขึ้นมา เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสร้างสมขึ้นมา

นี่เหมือนกัน เราไปวัดไปวาไปทำไม ก็ไปเพื่อหัวใจดวงนี้ เราไปเพื่อตัวตนของเรา ไปเพื่อจิตดวงนี้ ไปวัดไปวาสภาวะแวดล้อมเท่านั้น เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ครูบาอาจารย์เราที่ไหน ก็ที่ใจนี้ไง ธุดงค์ไปในป่าในเขาเหนื่อยเกือบตาย ไปหาอะไร ก็หาใจตัวเองนี่ไง

ทำสมาธิก็ยังทำไม่ได้ มันตื่นเต้น มันก็ไปทะลุป่า ทะลุดง

เขาไปธุดงค์ เขาไม่ได้ไปทะลุดง

ไปที่ไหนมันสงบระงับขึ้นมา เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ถ้ามันสงบระงับที่ไหน พอมันเคยชิน เราก็ย้ายสถานที่เราไป

แล้วไปหาอะไร

หาใจดวงนี้ไง

นี่ไง ไปวัดไปวาเพื่ออะไร

ก็เพื่อใจดวงนี้ไง

ถ้าเข้าไป อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา เราไม่คบคนพาล เวลาคนพาลนะ เวลาสังคมเขาดูเพื่อนเขาไง คบใคร ใครพาไปไหน ถ้าคบบัณฑิตไง ไปวัดไปวาว่าเป็นบัณฑิตๆ ผู้ที่มีศีลมีธรรม แต่ไปวัดไปวา ผู้ที่พ่ายแพ้ มันจะสร้างวิจิตรพิสดารเลยนะมึง เข้าไปนี่อึ้งไปหมดน่ะ

แต่ผู้ชนะเขาอยู่โคนไม้ อยู่ในบรรยากาศสัปปายะที่ดีงาม แล้วสงวนรักษา สิ่งนั้นเพราะอะไร เพราะสิ่งนั้น ข้างนอก ข้างใน

ถ้าข้างนอกมีสภาวะ ข้างในมันก็เป็น ข้างนอก อู้ฮู! อึกทึกครึกโครมนะ อย่างกับตลาดเลยนะ แล้วหัวใจมันเป็น เป็นไปได้อย่างไร

ถ้าหัวใจที่มันเป็นนะ ถ้ามันรู้จักกิเลสของมันบ้าง ถ้ารู้จักกิเลสของมันบ้างนี่ยอดเยี่ยมเลย

เจ็บไข้ได้ป่วยไปหาหมอ อยากจะหายจากไข้ นี่เหมือนกัน เวลาทุกข์เวลายาก นั่นแหละไอ้สิ่งนั้นมันมาจากอวิชชาคือความไม่รู้ แต่ถ้ารู้แล้วนะ จบนะ เกิดในไข่ ในครรภ์ ในน้ำครำ ในโอปปาติกะ แล้วปฏิเสธไม่ได้ เพราะมันมีอวิชชา มีพญามาร มารมันครอบงำจิตดวงนั้น จิตถึงมหัศจรรย์ไง จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหม

แล้วนี่ โอ้โฮ! ไหว้เทวดา ไหว้พรหมนะ

เราก็เคยเป็นนะ ทุกคนเคยเป็น เพราะการเกิดและการตายไม่มีต้นไม่มีปลาย มาแต่ดึกดำบรรพ์ขนาดไหน แล้วอยู่ต่อไปในอนาคต เว้นไว้แต่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เวลาคนศรัทธาในพระพุทธศาสนา ว่ามีศีลมีธรรมแล้วจะปิดอบายภูมิๆ

เวลามันจะตาย มันวิตกกังวล ไปแล้ว คิดถึงอะไร ไปอย่างนั้น

คนโบราณ เวลาคนใกล้จะตาย เขาให้พุทโธๆ คิดถึงพระไว้ พระผู้ประเสริฐ อย่างน้อยก็รู้จักตัวเองไว้ไง ถ้ามันพลั้งเผลอไป มันเกาะสิ่งนั้นไปไง

เวลาคนใกล้จะตาย คนโบราณ อะไรก็พุทโธไว้ก่อน อยู่ใกล้พระพุทธเจ้าปลอดภัยที่สุด

ฉะนั้น เวลาฝึกหัดปฏิบัติ พุทโธๆ พุทโธนี้คือพระนาม คือชื่อขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งๆ ที่ว่าคือพุทธะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพูดถึงทั้งข้างนอกและข้างใน ข้างนอกคือวิทยาศาสตร์ ทางโลก แต่ข้างในคือพุทธะ คือความรู้สึกของเราเอง

พุทโธๆ แล้วพุทโธคืออะไรวะ

ก็ผู้รู้ ความรู้สึก

แต่นี่เรามีความรู้ไหม

อารมณ์ทั้งนั้นน่ะ

อารมณ์ เห็นไหม อารมณ์แปรปรวน ความโลภ ความโกรธ ความหลง นั่นน่ะอารมณ์มันเจือไปด้วยอย่างนั้น แล้วเวลาถ้ามันวางความโลภ ความโกรธ ความหลงก็ตัวมันเอง เวลาตัวมันเอง มันหลงตัวมันเอง มันไม่รู้จักตัวมันเอง เวลามันเป็นขึ้นมา พุทโธๆๆ พุทโธคืออะไรวะ

พุทโธก็คือใจมึงไง พุทโธก็หัวใจนี้ไง แต่มันไม่รู้จัก

นี่ไง ภายใน ภายในที่มันเป็นนามธรรม มันยิ่งลึกลับซับซ้อน มันมหัศจรรย์กับบุคคลคนนั้นนะ แต่ไม่มหัศจรรย์กับวิทยาศาสตร์เลย ไม่มหัศจรรย์กับจิตแพทย์

จิตแพทย์มันขุดเอาเลยนะ มันนั่งคุยกับเรามันรู้เลยว่าบกพร่องอะไร จิตแพทย์ เวลาบกพร่องทางจิต ร้อยแปดพันเก้า โรคเยอะแยะไปหมด เราเห็นกระทรวงสาธารณสุขเขาบัญญัติเลย เหงาเป็นโรคหนึ่ง ถ้าเหงาเป็นโรคหนึ่ง เป็นโดยธรรมชาติเลย เหงานี่นะ ความว้าเหว่เป็นโรคภัยไข้เจ็บ

ถ้าจิตวิทยาเขารู้ได้ไง นี่ทางวิทยาศาสตร์ แต่จิตแพทย์มันทำสมาธิไม่เป็น จิตแพทย์น่ะ จิตแพทย์มันยังไม่รู้จักพุทธะคือตัวไหน แต่ถ้ามันรู้ขึ้นมานะ โอ้โฮ! มันมหัศจรรย์ เพราะว่าอะไร

ทางการแพทย์ พยาบาลจะมาปรึกษาพระมาก เพราะอะไร เพราะเห็นคนเจ็บคนป่วยแล้วมันสงสาร แล้วเขาก็อยากจะดูแล จะรักษา มาปรึกษาเราเยอะแยะเลย

เราบอกว่า โยมทำเถอะ เพราะอะไร ไอ้นี่มันปลายเหตุ ต้นเหตุนี่ไง พระพุทธเจ้าสอน พระกรรมฐานสอน หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ทำไมมึงไม่ทำ ถ้ามึงทำ มึงจะรู้ตั้งแต่ตอนนั้น ไอ้นี่พะงาบๆ แล้ว ให้นึกถึงพระ ให้ระลึกถึงพระ

อ้าว! มันก็เป็นการช่วยกันตอนนั้น ปลายเหตุ

แต่สำหรับเรา เราชาวพุทธๆ ไง ไปวัดไปวา มีสติมีปัญญาสำนึกถึงบุญกุศลของเรา ถึงอำนาจวาสนาของเรา ถึงลมหายใจของเรา ความหายใจที่อากาศที่ดีงามที่สะอาดบริสุทธิ์ไง เพื่อความสดชื่น สดชื่น สุขภาพกาย สุขภายจิตไง

สุขภาพจิต ไม่เคยพุทโธเลย ไม่เคยออกกำลังกายเลย เห็นไหม เรากินข้าวทุกวัน อาหารต้องกินทุกวันเลย แล้วหัวใจโยนมันทิ้งไป เพราะหัวใจมันไม่ต้องกินอะไร ทั้งๆ ที่มันมีบุญและบาปในใจของมัน

แล้วทำอย่างไรล่ะ

ไปวัดไปวาก็ไปเพื่อหัวใจดวงนี้ อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา เวลาคบคนพาล พาลจากภายนอก คบบัณฑิต บัณฑิตจากภายนอก เวลามีสติปัญญา เวลาอารมณ์ความรู้สึกที่มันฟุ้งซ่าน นั่นน่ะพาล เวลามันสุขมันสงบ นั่นน่ะบัณฑิต แล้วใครรู้ ก็เรารู้ เราได้สัมผัส

เวลาทุกข์ยากๆ เราทุกข์ยาก เราทุกข์เจียนตาย ไม่มีใครรู้นะ หน้าชื่น อกตรม โอ้โฮ! หน้าชื่นบาน แหม! มีความสุข แต่หัวใจมันกลัดหนอง เวลามันสุขสงบขึ้นมา หน้าตาปกติ แต่ก็มีความร่มเย็นนะ ใครรู้

นี่ไง อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน พระพุทธศาสนาสอน

ว่ามันละเอียดเกินไป สอนคนไม่ได้ ตนจะเป็นที่พึ่งแห่งตนได้อย่างไร เราจะต้องอยู่ในสังคม เราต้องมีหัวโขน เราต้องอยู่

นั่นน่ะมันเป็นเรื่อง นี่ไง เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฉลาดมากๆ แล้วเวลาจะสอน สอนจากภายนอก จากภายใน

ภายนอก เกิดเป็นมนุษย์ไง ต้องมีปัจจัย ๔ ปัจจัย ๔ สิ่งมีชีวิตไง แล้วพูดดีกว่าเราอีกด้วย พรหมเขาอยู่กันอย่างไร เขากินอะไร เทวดาเขากินอะไร อาหาร ๔ ไง กวฬิงการาหารไง ผัสสาหารไง มโนสัญเจตนาหารไง วิญญาณาหารไง อาหาร ๔ ในวัฏฏะไง

เทวดามันกินอะไร มันอยู่ของมันอย่างไร พรหมเขาอยู่กันอย่างไร แล้วเราเป็นมนุษย์ เราอยู่กันอย่างไร แล้วก็ตื่นเต้นไป รัฐสวัสดิการดูแลให้หมดเลย จ่ายให้ทุกเดือน แล้วอยู่ได้ แต่ก็ทุกข์

แต่ถ้าเรามีสติมีปัญญานะ หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ที่เขากำลังวิเคราะห์วิจัยว่าจะช่วยเหลือกันน่ะ ก็เชิญตามสบาย เชิญ แต่มีคนมาออดอ้อนเราเยอะ จะให้เราเป็นหัวหน้า ให้เราทำ

เวลาไปวัดไปวามันก็ไม่เอา เวลาหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ลมหายใจของเราแท้ๆ เป็นสมบัติของเราแท้ๆ หายใจทิ้งเปล่าๆ หายใจเพื่อดำรงชีวิต

มีสติเสียหน่อย ก็ลมหายใจของเราแท้ๆ ตั้งสติกำหนดลมหายใจก็เป็นอานาปานสติ

หายใจอยู่อย่างนี้ แต่ไม่สนใจมัน ของใคร

ธรรมชาติไง เป็นหวัดก็หายใจไม่ได้แล้ว เดี๋ยวมันขาดออกซิเจน เดี๋ยวพอมันแก่เฒ่าหายใจไม่สะดวก ต้องมีออกซิเจนไว้ปลายจมูก ลมหายใจของใคร

แต่ถ้าสติมันจับ เห็นไหม งานอย่างอื่นก็ทำมาหมดแล้ว อันนี้งานของเรา

ที่พยาบาลเขาจะไปช่วยกัน เขาจะปรึกษากัน ถ้าเขาฝึกตั้งแต่ตอนนี้ เขารู้จักของเขา จิตใจเขาเข้มแข็ง จิตใจเขาแข็งแรง ไปโรงพยาบาลนี่ยิ้มเลย เพราะอะไร

พระไปเที่ยวป่าช้าไปดูซากศพเพื่อฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ไปโรงพยาบาลแล้วไปเห็นคนเจ็บคนป่วยไง เห็นทุกคนเป็นอย่างนี้ไง

นี่ไง นี่เราไปวัดไง ไปวัดไปวาเพื่อเอาบุญกุศลไง เวลาไปโรงพยาบาลก็ปลงธรรมสังเวชไง คนที่มาวัดด้วยความเข้มแข็งแข็งแรง ไอ้คนที่มาวัดด้วยความโอดโอย รถก็เข็นเข้าเข็นออก เห็นไหม พิจารณาสิ ถ้ามีสติมีปัญญาไง ชีวิตมีเท่านี้ไง

มีเศรษฐีมากมาย หาเงินมาทั้งชีวิตเลย ระลึกได้ตอนอยู่บนเตียง แล้วมองไฟบนเพดาน เออ! ชีวิตกูมีเท่านี้ หามาเกือบตาย สุดท้ายแล้วก็มองที่ไฟ ค่อยคิดได้ ค่อยระลึกได้

นี่ก็เหมือนกัน เราจะดูแลรักษาใคร มันเป็นบุญเป็นกุศลของคน นั่นเป็นหน้าที่เขานะ เขาเป็นหมอ เขาเป็นพยาบาล เขาก็อยู่อย่างนั้น เขาก็เห็นของเขาอย่างนั้น เขาสังเวชอย่างนั้น เขาก็อยากจะช่วยเหลืออย่างนั้น

แต่ที่พระเขาทำกัน สังคมทำกัน เราก็โอเคนะ เพราะอะไร ดีกว่ามึงไม่ทำอะไรเลยไง เกิดมาไม่เคยทำบุญอะไรเลย ไม่มีอะไรเป็นคุณประโยชน์เลย ได้คิดทำ เออ!

คนเราคิดได้ ทำได้ เชิญ จะทำอะไรได้ ดีทั้งนั้น ขอให้ทำเพื่อประโยชน์คนอื่น ขอให้ทำเพื่อประโยชน์สังคมบ้าง

แต่ถ้าสำหรับเรา สายไปแล้ว แต่สายไปแล้วมันก็กรรมของสัตว์ไง เพราะอะไร

เพราะเราอยู่กับหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เราอยู่กับครูบาอาจารย์มาไง ไม่ใช่ซากศพเดินได้ ชีวิตมีพร้อม ทุกอย่างมีพร้อม เหมือนซากศพ เพราะมันไม่เอา มันไม่มีสติไม่มีปัญญา

ขุมทรัพย์นะน่ะ เกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ คำว่า เป็นอริยทรัพย์” มนุษย์มันทำอะไรได้ร้อยแปดพันเก้าเลย แล้วมนุษย์ทำไมไม่ทำ ถ้ามันทำของมันก็เป็นประโยชน์ของมันไง ที่พูดอยู่นี่ก็ประโยชน์ของมันทั้งนั้น ไม่ใช่ประโยชน์ของใคร แต่มันไม่เอา มันไม่ทำ

แต่ถ้ามันทำนะ อย่าหายใจทิ้งเปล่าๆ หายใจมีสติปัญญา อยู่กับลมหายใจ มันเป็นประโยชน์แล้ว แล้วเป็นประโยชน์ขึ้นมานะ ถ้าจิตมันดีงามขื้นมามันคิดได้เอง แล้วมันสังเวชนะ

สิ่งใดทำแล้วเสียใจภายหลัง ไม่ดีเลย

แล้วเราคิดสิ ที่เราทำมาๆ มีอะไรบ้างที่เราเสียใจ เยอะแยะไปหมดเลย เพราะอะไร เพราะไม่ได้ฝึกหัด ไม่ได้ควบคุม ไม่ได้ดูแล ถ้าเราฝึกหัด เราควบคุมดูแลนะ มันไม่ทำตั้งแต่ต้น แล้วเราจะไม่เสียใจภายหลัง

แล้วตอนนี้สิ่งที่ไม่ทำมามันก็เสียใจอยู่แล้ว แต่ชีวิตที่เหลือล่ะ ตั้งแต่วันนี้ไปล่ะ ชีวิตเราทั้งนั้นน่ะ

เราคิดได้ ทำได้นะ อันนั้นสมบัติประจำโลก เกิดมาเป็นมนุษย์ต้องมีปัจจัยเครื่องอาศัย ต้องหาอยู่หากิน หน้าที่การงานต้องรักษาต้องดูแล มีงานทำเพื่อดำรงชีวิต แล้วชีวิตนี้ จิตเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แล้วตัวจิตล่ะ ตัวสมบัติของมันล่ะ

ดูสิ เวลาครูบาอาจารย์เราเวลาสิ้นกิเลส โลกธาตุนี้ไหวหมดเลย ใจมันละทิ้งสิ่งนี้ไว้กับโลกนี้ไง มึงอยู่นี่นะ ของกูเป็นของกูนี่

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ตนนี่ พุทธะนี่ หัวใจนี้มหัศจรรย์นัก แล้วถ้ามันเป็นจริงนะ จบ จบแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะเข้ามาถึงสัจธรรมอันนั้นได้

แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ

ก็อยู่ที่มนุษย์นี่ไง อยู่ที่พวกเรานี่ไง อยู่ที่การกระทำขึ้นมาไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะไง นางพิมพาเป็นมเหสีไง มีสามเณรราหุลไง เวลาเกิดกับวัฏฏะไง เวลาลาไง วันวิสาขะ เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ บรรลุธรรมเกิดเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปรินิพพานในวิสาขบูชา วันเดียวกัน ในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ นี่เป็นศาสดา เป็นที่เคารพบูชา เป็นที่เราพยายามฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ แสวงหาให้เป็นสมบัติของเราเอง ในเมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เอวัง